มีครอบครัวแล้ว ซื้อรถมือสอง 7 ที่นั่งตอบโจทย์สุด

มีครอบครัวแล้ว ซื้อรถมือสอง 7 ที่นั่งตอบโจทย์สุด

สำหรับคนที่มีครอบครัวแล้วกำลังหาซื้อรถมือสอง 7 ที่นั่ง เตรียมพร้อมให้กับการขับขี่ใช้งานและเดินทางท่องเที่ยววยกครัวช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ หรือในวันหยุดยาวเนื่องในวาระพิเศษ แต่ยังไม่แน่ใจว่าควรซื้อมือสองดีหรือไม่ เพราะขึ้นชื่อว่าเป็นรถมือสอง แน่นอนสภาพมันก็ไม่มีอะไรเหมือนมือหนึ่ง แต่มันก็มีเหตุผลอยู่ ว่าทำไมการซื้อรถรุ่นใหญ่มือสองถึงดีกว่า

เหตุผลข้อแรกในการซื้อรถมือสองของคนงบน้อยคือ “กระเป๋าไม่แบน”

ในเมืองการซื้อรถมือสองที่ให้ความสะดวกสบายไม่ต่างจากมือหนึ่ง ทำให้บางครั้งก็ไม่มีความจำเป็นต้องจ่ายเงินแพงเกินไป ที่สำคัญรถมือสอง 7 ที่นั่ง ก็จัดว่ามีราคาถูกกว่าเดิมมากถึง 40-50% เลยทีเดียว แม้จะเป็นรถที่เพิ่งซื้อมาไม่นานก็นาน ทำให้คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม ไม่ว่าด้วยเหตุอะไรก็ตามแต่ การเลือกซื้อรถที่มีราคาถูกขนาดนี้ย่อมทำให้หลายคนแฮปปี้ไปตาม ๆ กัน โดยเฉพาะกับคนงบน้อยและเศรฐกิจแบบนี้

นอกจากนี้ หากลองไปดูตามตลาดรถก็จะสังเกตได้ว่ามีรถป้ายแดง ที่ถูกนำมาขายเป็นรถมือสองกันพอสมควร เนื่องจากรถป้ายแดงมือสองนี้อาจมีอายุเก่าลงไปประมาณ 2-3 ปี จึงช่วยประหยัดงบไปได้พอสมควร ส่วนใครที่กำลังหาซื้อรถยนต์ 7 ที่นั่งป้ายแดงกันอยู่ ก็ลองหารถประเภทมือสองดูก่อน เพราะหากกำหนดงบไว้ประมาณ 5 6 แสน ก็จะได้เพียงรถคันเล็กเท่านั้น ต่างจากรถมือสองที่มีนำมาซื้อเป็นรถ 7 ที่นี่งได้อย่างสบาย ๆ แถมยังมีทอนอีกตังหาก

เหตุผลสำคัญอีก 2 ข้อ ของการซื้อรถมือสอง

1.ไม่ต้องเสียเวลารอรับรถ – เมื่อซื้อรถมือหนึ่งจากศูนย์ ก็ต้องรอรับรถอย่างน้อยประมาณ 3-6 เดือน บางรุ่นอาจรอนานเป็นปี!! เมื่อตัดสินใจซื้อรถป้ายแดงแล้วต้องมารอนาน ๆ ก็เป็นเรื่องน่าหงุดหงิดพอพสมควร ใครรอได้ก็ดี แต่ส่วนใหญ่คงไม่มีใครอยากรอขนาดนั้นหรอก (มั้ง)

ส่วนการซื้อรถมือสอง 7 ที่นั่ง แล้วเตรียมเอกสาร พร้อมกับจ่ายเงินสดเป็นที่เรียบน้อยแล้วก็สามารถรับรถออกมาขับขี่ได้เลยทันที แต่หากต้องการผ่อนชำระ หรือกู้ซื้อก็จะใช้เวลาอย่างน้อยประมาณ 3-7 วันเท่านั้น เมื่อการกู้ยืมผ่านการรับรองแล้วก็จะรับรถออกมาขับขี่ได้ในทันที

2.ประกันรถ 7 ที่นั่งมือสองมีราคาถูก – เหตุผลสุดท้ายของการซื้อรถมือสอง 7 ที่นั่งก็คือ สามารถซื้อประกันได้ในราคาที่ถูก ซึ่งการเลือกซื้อประกันนั้น มีความจำเป็นต้องเลือกให้เหมาะกับลักษณะการใช้งานด้วย หากซื้อมาจอดบ่อย ๆ ถึงนำออกมาขับขี่ก็เลือกใช้ประกันชั้น 3+ได้ หรือหากขับรถบ่อยแต่ไม่ได้เดินทางใกลมากนัก ก็ให้เลือกประกันชั้น 2+ แทน หรือหากต้องการแบบครบจบก็ขยับมาเป็นประกันชั้น 1 ก็ได้เช่นกัน

นอกจากนี้แล้ว ก็ควรคำนึงถึงอายุของรถที่ซื้อมาด้วย โดยส่วนมากหลายคนมักเลือกประกันรถชั้น 2+ และประกันรถชั้น 3+ ซึ่งมีลักษณะคล้ายกันเกือบทุกด้าน แต่หากมีงบเพิ่ม หรือต้องการความคุ้มครองไม่ต่างจากรถใหม่ป้ายแดงประกันชั้น 1 จะเหมาะสมมากกว่า.

Back to Top