ข้อควรรู้ของ “แบตเตอรี่” หัวใจของรถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า

ข้อควรรู้ของ “แบตเตอรี่” หัวใจของรถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า

            รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า เป็นรถที่มีระบบขับเคลื่อน ด้วยการอาศัยพลังงานจากแบตเตอรี่ ทำให้ไม่เกิดเสียงดังรบกวน ในขณะปฏิบัติงาน อีกทั้งยังไม่ก่อมลพิษในอากาศ เนื่องจากไม่มีการเผาไหม้ใดใด จึงปราศจากเขม่าควัน เหมือนกับรถโฟล์คลิฟท์ ที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์

โดยทั่วไปแล้ว อายุการใช้งานของ แบตเตอรี่รถโฟล์คลิฟท์ ถูกกำหนดขึ้นมาเป็น cycle หรือการทำงาน 1 cycle เท่ากับการใช้งาน 1 ครั้ง แล้วก็นำกลับไปชาร์จใหม่ 1  ครั้ง ก่อนำมาใช้งานใหม่อีกที หากมีการใช้งานบ่อยครั้ง อายุของแบตเตอรี่ ก็จะค่อย ๆ เสื่อมลงไปไปตามกาลเวลา

แบตเตอรี่รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า แบ่งออกได้ 2 ประเภท ดังนี้

1.แบตเตอรี่ประเภทแผ่นหลอด มีอายุการใช้งานประมาณ 1200-1500 cycle

2.แบตเตอรี่ประเภทแผ่นเรียบ มีอายุการใช้งานประมาณ 700-800 cycle

อย่างไรก็ตาม ค่าเฉลี่ยอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ จะอยู่ระหว่าง 3-4 ปี ประกอบกับปัจจัยอื่น ๆ ที่สามารถส่งผลต่ออายุการใช้งานของแบตเตอรี่ด้วยเช่นกัน ได้แก่ ความถี่ในการชาร์จไฟ, อุณหภูมิ, การดูแลรักษาความสะอาด,ระดับน้ำกลั่นภายในแบตเตอรี่

มีวิธีไหน ที่สามารถยืดอายุแบตเตอรี่ ของรถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้าได้บ้าง

หากดูแลรักษาแบตเตอรี่รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้าดี ๆ ก็สามารถช่วยยืดอายุการทำงาน ให้ยาวนานกว่าเดิมได้ ด้วยการเลือกตู้ชาร์จแบตเตอรี่ ที่มี่คุณภาพและมีความแหมาสม กับค่าขนาดของแบตเตอรี่ ก็ทำให้ประหยัดไฟได้ พร้อมกับช่วยยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

สำหรับรถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า ถึงแม้จะมีราคาต้นทุนที่ค่อนข้างสูง แต่ก็สามารถช่วยแบ่งเบาภาระการณ์ทำงาน ปราศจากเสียงดังรบกวน อีกทั้งยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และไม่ต้องสิ้นเปลืองค่าพลังงานเชื้อเพลิงใด ๆ อีกด้วย มีเพียงแค่ค่าไฟ จากการชาร์จแบตเตอรี่รถในแต่ละวันเท่านั้น

ที่สำคัญ หากเลือกใช้ตู้ชาร์จแบตเตอรี่รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า ที่มีอัตราจ่ายไฟเหมาะสมกับขนาดค่าความจุของแบตเตอรี่แล้ว ก็สามารถเพิ่มระยะเวลาการทำงานได้ยาวนานมากขึ้นได้ โดยเวลาที่ต้องเสียไป ต่อการชาร์จในหนึ่งวันอยู่ที่ 5 ชั่วโมง ก็จะได้ใช้ไฟประมาณ 31.5 หน่วย หรือคิดเป็นค่าไฟได้ประมาณ 75-80 บาทต่อวัน

ทั้งนี้ ถึงแม้จะขั้นตอนในการชาร์จไฟที่ยุ่งยากอยู่บ้าง เพราะหากนำมาเทียบกับรถโฟล์คลิฟท์ระบบเครื่องยนต์ ที่สามารถเติมน้ำมันได้ตลอดเวลา แต่การชาร์จไฟฟ้าต้องทำหลังจากใช้งานเสร็จในแต่ละวัน แต่ก็ช่วยในเรื่องความประหยัด ยิ่งกว่าการจ่ายค่าน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างแน่นอน.

ขอขอบคุณผู้สนับสนุนบทความ http://www.ti-techin.com/

Back to Top